หลวงปู่ทวด วัดช้างให้


การบูรณะสถูป และ ก่อสร้าง “วัดช้างให้” โดยตระกูลคณานุรักษ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘

วัดราษฎร์บูรณะ หรือ วัดช้างให้ เดิมเป็นบริเวณรกร้าง คงมีอยู่แต่สถูปเก่าแก่องค์หนึ่ง ซึ่งชาวบ้านละแวกนั้นมีความเลื่อมใสศรัทธา เรียกสถูปนั้นว่า “เขื่อน” และมักจะมาบนบานขอพรอยู่เป็นประจำและมักจักได้สมปรารถนา ด้วยชาวบ้านละแวกนั้นเห็นว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ พระครูมนูญ สมณการ วัดพลานุภาพ จึงได้ชักชวนให้นางยี่เหนี่ยว (ภรรยา อำมาตย์ตรีพระจีนคณานุรักษ์) ให้ช่วยอุปถัมป์ ปรับปรุงพื้นที่รอบๆสถูปโบราณดังกล่าวเพื่อสร้างให้เป็นวัดขึ้น ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ นางสร้อยทอง (ตันซุ่ยถ่อง) ธิดาของขุนธำรงพันธุ์ภักดี (พี่สาวนายกฯ ดิเรก คณานุรักษ์ ) ได้ขายช้าง ๑ เชือก แล้ว ร่วมกับนางเป็กแฉ้ กุลโชติ (ธิดาขุนจำเริญภักดี [ดูทายาทคณานุรักษ์] ) และ นางยี่เหนี่ยว (ภรรยา อำมาตย์ตรีพระจีนคณานุรักษ์) ได้นำเงินที่ได้ไปบูรณะพื้นที่ดังกล่าว และสร้างเป็นวัดจนสำเร็จ เป็นวัดช้างให้ และจัดให้มีงานฉลองขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๙

ผ่านมาหลายปี วัดช้างให้ ไม่มีเจ้าอาวาส ชาวบ้านในละแวกนั้นจึงไปขอเจ้าคณะตำบล ซึ่งขณะนั้นจำวัดอยู่วัดนาประดู่ ชื่อพระครูภัทรกรโกวิท เจ้าอาวาสวัดนาประดู่ ซึ่งเป็นเจ้าคณะตำบล ซึ่งท่านได้ดำริว่า พระทิม (ต่อมาคือ ถือสมณศักดิ์ เป็นพระครูวิสัยโสภณ )​ ได้บวชอยู่วัดนาประดู่เกือบ ๒๐ พรรษาแล้ว จึงได้ให้พระทิมไปเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ โดยนางยี่เหนี่ยวยังคงอุปถัมป์วัดช้างให้อย่างต่อเนื่อง จวบจนพระครูวิสัยโสภณ (ทิม) มรณภาพ

ประวัติการสร้างพระเครื่อง สมเด็จหลวงพ่อทวด (หรือหลวงปู่ทวด วัดช้างให้) ครั้งแรก ในปี ๒๔๙๗

การจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด รุ่นแรก และครั้งแรก เพื่อนำเงินไปบูรณะอุโบสถ ในปี พ.ศ.๒๔๙๕

อาจารย์ทิม ธัมมธโร ลงนามอนุญาตให้ นายอนันต์ คณานุรักษ์ เป็นผู้จัดสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดรุ่นแรก คนยืนด้านขวามือสุดของภาพ ด้านหลังของนายอนันต์ คือ นายสุนนท์ คณานุรักษ์ (บุตรชายคนที่สองของนายอนันต์)
(อ้างอิงจากหนังสือประจำตระกูลและเว็บไซต์คณานุรักษ์เดิม)


การจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด รุ่นแรก และครั้งแรก เพื่อนำเงินไปบูรณะอุโบสถ วัดช้างให้

ก่อนปี พ.ศ.๒๔๙๗ เรื่องราวของหลวงปู่ทวดเป็นเพียงตำนานท้องถิ่นที่รู้กันในวงแคบ การสร้างพระเครื่องรุ่นนี้ทำให้นามของ “หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” ขจรขจายไปทั่วประเทศ

ในปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๕ ​(อีก ๑๖ ปีต่อมา) นายอนันต์ คณานุรักษ์ ได้นิมิตฝันว่าหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และรับตนไว้เป็นศิษย์ นายอนันต์จึงได้ไปที่วัดช้างให้เป็นครั้งแรกในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ และได้พบกับอาจารย์ทิม ธัมมธโร เจ้าอาวาส ณ​ เวลานั้น และได้รับอาสา จัดสร้างพระเครื่องถวายเพื่อหาทุนสร้างโบสถ์ที่ค้างคาอยู่

การปลุกเสกและแจกจ่าย พระเครื่อง สมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่นแรก เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยได้ฤกษ์พิธีปลุกเสกเบ้าและพิมพ์พระเครื่องตรงกับวันศุกร์ เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ (๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗) เวลาเที่ยงตรง จนถึงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๔๙๗ พิมพ์พระเครื่องได้ ๖๔,๐๐๐ องค์ (จะพิมพ์ให้ได้ ๘๔,๐๐๐ องค์ แต่เวลาจำกัดในพิธีปลุกเสก) ก็ต้องหยุดลง เพื่อเอาเวลาเตรียมงานพิธีปลุกเสกพระเครื่อง 

จนกระทั่งวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๔๙๗ ตรงกับวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลาเที่ยงตรง ได้ฤกษ์พิธีปลุกเสกพระเครื่อง ณ เนินดินบริเวณโบสถ์เก่า โดยมีท่านพระครูวิสัยโสภณ (ทิม) เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ณ ​ขณะนั้น เป็นองค์ประธานในพิธีและนั่งปรก ได้อาราธนาอัญเชิญพระวิญญาณหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พร้อมด้วยวิญญาณหลวงพ่อสี หลวงพ่อทองและหลวงพ่อจันทร์ ซึ่งหลวงพ่อทั้งสามองค์นี้สิงสถิตย์อยู่ร่วมกับหลวงพ่อทวดฯ ในสถูปหน้าวัดช้างให้ และขอให้ท่านประสิทธิ์ประสาทความศักดิ์สิทธิ์ขลังแก่พระเครื่องหลวงปู่ทวด นอกจากนั้นก็มีหลวงพ่อสงโฆสโก เจ้าอาวาสวัดพะโคะ โดยมีพระอุปัชฌาย์ดำ วัดศิลาลอย พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์อาวุโส ณ วัดช้างให้ ร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องเสร็จลงในเวลา ๑๖.๐๐ น. ของวันนั้น

ท่านพระครูวิสัยโสภณ (ทิม) เจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุอาวุโสและคณะกรรมการ มี นายอนันต์ คณานุรักษ์ นายชาติ สิมศิริ นายกวี จิตกูล นายวิศิษฐ์ คณานุรักษ์ นายวิทยา คณานุรักษ์ นายสุนนท์ คณานุรักษ์ และนายจำรูญ คณานุรักษ์ ได้ร่วมกันทำการแจกจ่ายพระเครื่องหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ให้แก่ประชาชนผู้เลื่อมใสซึ่งมาคอยรอรับอยู่อย่างคับคั่งจนถึงเวลาเที่ยงคืน ปรากฏว่าในวันนั้นกรรมการนับเงินจากผู้ใจบุญโมทนาสมทบทุนสร้างโบสถ์ได้เป็นจำนวน ๑๔,๐๐๐ บาท

หลังจากนั้นมา ด้วยอำนาจบุญบารมีอภินิหารหลวงพ่อทวดฯ ดลบันดาลให้พี่น้องหลายชาติหลายภาษา ร่วมสามัคคีสละทรัพย์โมทนาสมทบทุนสร้างโบสถ์เรื่อยๆ มา งานก่อสร้างโบสถ์จึงมีกำลังดำเนินการต่อไปโดยมิได้หยุดยั้งจนถึงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๔๙๙ ได้จัดทำพิธียกช่อฟ้า และวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๑ พิธีผูกพัทธสีมา โบสถ์หลังนี้จึงสำเร็จสมบูรณ์ และพระภิกษุสงฆ์ได้อาศัยทำสังฆกรรมถึงเวลานี้ รวมค่าก่อสร้างประมาณ ๘ แสนบาท

พระเครื่องหลวงปู่ทวดมีความศักดิ์สิทธิ์และสร้างอภินิหารของหลวงพ่อทวดจนเป็นที่เลื่อมใสและประจักษ์แก่บุคคลในวงกว้างทุกชนชั้น ทั้งในและต่างประเทศ กล่าวกันว่า พระเครื่องหลวงปู่ทวดถูกจัดสร้างขึ้นด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์สูงสุด (มหาบริสุทธิ์) และบุญญาบารมีของหลวงปู่ทวดที่สูงส่ง ทำให้แม้พระเครื่องหลวงพ่อทวดองค์ปลอมก็ยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ ขอเพียงผู้ที่ได้ครอบครองมีความเลื่อมใสและระลึกถึงคุณของหลวงพ่อทวดฯ และอาราธนาคาถา “นะโม โพธิสัตโต อาคันติ มายะ อิติภะคะวา”

หากท่านทั้งหลายผู้ใดที่ยังไม่มีพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯ ไว้บูชา หรือท่านเคยมีแล้ว แต่หากสูญหายไป แต่ยังมีความเลื่อมใสในอภินิหารของท่านอยู่ และจะขอความคุ้มครองพิทักษ์รักษาให้แคล้วคลาดปลอดภัยนานาประการนั้ ขอให้ท่านจงระลึกถึงหลวงพ่อทวดฯ และอาราธนาคาถา “นะโมโพธิสัตว์โต อาคันติมายะ อิติภะคะวา”ในเวลาที่จะให้ท่านคุ้มครองและรักษาโรคภัยบางประการ ท่านจะได้รับผลเช่นเดียวกัน เสมือนว่าท่านมีพระเครื่องรูปขององค์ท่านอยู่ประจำตัว